ชื่อ/รายละเอียด/โครงการ/กิจกรรม/Activity/Lecture/Reasearch/Conference

โครงการ “Smart Sensor & Control เพื่อใช้ในการบริการงานชุมชนท้องถิ่น”


ชื่อโครงการ/Project Name:

โครงการ “Smart Sensor & Control เพื่อใช้ในการบริการงานชุมชนท้องถิ่น”

 

ที่มาและความสำคัญ(Background and importance) *:

คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ การบริการวิชาการเพื่อความยั่งยืน และมหาวิทยาลัยมหิดล ได้กำหนดยุทธศาสตร์ Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงนโยบายระดับชาติและนานาชาติ ด้วยการสร้างระบบขับเคลื่อนและสนับสนุน Policy Advocacy Platform และ Ecosystem จากการนำผลงานวิิจัยและงานวิิชาการสู่การเป็นนโยบายสาธารณะให้เกิดเป็นรูปธรรม และสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อเสริมสร้างขีดความร่วมมือกับองค์กรภายนอก (Capacity Building) และยังเป็นการนำไปสู่การชี้นำสังคมและขับเคลื่อน 17 เป้าหมาย Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติเพื่อสังคมที่ดีขึ้นต่อไป โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลมีจุดแข็งด้านศาสตร์วิศวกรรมและเทคโนโลยีในการบริการวิชาการทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการนำของที่เหลือใช้มาพัฒนาให้เกิดเทคโนโลยีนวัตกรรมสู่สังคมด้วยพลังงานทดแทนสะอาด จะเห็นได้ว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีความแตกต่างตรงที่เรามีการบริการวิชาการเพื่อสังคม ซึ่งจะสามารถช่วยชี้นำสังคมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยเรามุ่งเป็น”ปัญญาของแผ่นดิน” หรือ “Wisdom of the Land” ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อการขับเคลื่อนงานบริการวิชาการเพื่อสังคม และการสร้างผลงานทางวิชาการเพื่อสังคม ให้ส่งผลกระทบ (Impact) ที่ตอบโจทย์ในระดับนโยบายของประเทศและขยายผลสู่ระดับสากลต่อไป หลักการสร้างเมืองอัจฉริยะ (Smart City) รัฐบาลมุ่งเน้นที่จะพัฒนาเป็นเมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแนวัตกรรมที่ทันสมัยและขาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากร โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคสถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ทันสมัยให้ชุมชนอยู่ดี มีสุข อย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ปลอดภัย ไม่มีอาชญากรรม และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้สำหรับคนทุกกลุ่มในสังคม สามารถตอบสนองความต้องการตามบริบทและศักยภาพของเมืองที่ต้องการพัฒนา สำหรับมาตรฐานเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City Framework จะมีแรงขับเคลื่อนจากปัจจัยแวดล้อมที่เป็นแรงกดดัน ความต้องการยกระดับให้มีความฉลาดมากขี้น (Smarter) และสร้างความชัดเจนในการพัฒนา ในการยกระดับให้มีความฉลาดมากขึ้นเกิดจากแรงกดดันที่ท้าทาย คือ การเชื่อมโยงและร่วมมือกันเพื่อสร้างโอกาสตลาด และวิธีการใหม่ๆยึดหลักธรรมาภิบาล เช่น ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส บูรณาการ มีระเบียบแบบแผน พัฒนาสารสนเทศ และบริการที่หลากหลาย รู้สิ่งที่เป็นความสูญเสียและมลพิษ พัฒนาในแนวทางที่ยั่งยืน และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งมุ่งเน้นที่ผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนา และสุดท้ายคือในส่วนของการสร้างความชัดเจนในการพัฒนาจะต้องมีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในระดับสากล การวิจัยและพัฒนาชุมชนปฏิบัติ และการออกคู่มือหรือแนวทางชี้แนะวิธีการต่างๆที่จำเป็นต่อการพัฒนา สืบเนื่องจากรัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญอย่างหนึ่งของการพัฒนาด้านการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย เซนเซอร์อัจฉริยะ, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ชุมชนในสังคมไทย ยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ.2560-2579) มีกรอบแนวคิดดานการสรางความสามารถในการแขงขัน ที่มุงเนนการพัฒนาภาคการผลิตและบริการใหสามารถแขงขันไดเกิดความยั่งยืน ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและมีรายไดที่ดีขึ้น รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ยุทธศาสตรที่ 3 การสรางความเขมแข็งทางเศรษฐกิจและแขงขันไดอยางยั่งยืน มีแนวทางเสริมสรางขีดความสามารถการแขงขันในเชิงธุรกิจของภาคบริการ และพันธกิจกระทรวงมหาดไทย ขอ 4 เสริมสรางความเขมแข็งของชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก โดยการมีสวนรวมของทุกภาคสวนภายใตหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนภารกิจอำนาจหนาที่ของกรมการพัฒนาชุมชน ในการสงเสริมกระบวนการเรียนรูและการมีสวนรวมของประชาชน สงเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากใหมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ รวมทั้งเสริมสรางความสามารถและความเขมแข็งของชุมชน ดังนั้น การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อพัฒนาชุมชนจึงเปนการนำเทคนิคและวิธีดำเนินงานที่จัดทำเปนโครงการอันหนึ่งอันเดียวกันในการที่จะสงเสริมปรับปรุงชุมชน โดยพยายามที่จะรวมเอาความชวยเหลือจากภายนอกมารวมผสมผสานกับความรวมมือของชุมชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและชุมชนใหดีขึ้น ทั้งนี้ดวยความรวมมือของหนวยงานภาครัฐ ไดแก องคการบริหารสวนตำบล องคการบริหารสวนทองถิ่นเปนผูใหความชวยเหลือในดานเทคนิควิชาการ และการใชเทคโนโลยีเขามามีบทบาทเพื่อความสะดวกและรวดเร็วตอการบริการประชาชนปจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหมเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะระบบการใชเทคโนโลยีมาใชพัฒนาประเทศสืบเนื่องจากความเจริญกาวหนาทางดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการสื่อสารตลอดจน การคมนาคม และเศรษฐกิจ ทำใหนานาประเทศรวมถึงประเทศไทยมีความจำเปนอยางยิ่งตองใชเทคโนโลยีสรางฐานการพัฒนาอยางเขมแข็งมากขึ้น เพื่อใหผูคนในโลกสามารถติดตอสื่อสารไปมาหาสูกัน เรียนรูเรื่องราวของกันและกันไดอยางรวดเร็ว โดยเฉพาะอยางยิ่งในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทยซึ่งมีความกาวหนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการเปลี่ยนแปลงโครงสรางทางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพใหสามารถแขงขันกับตางชาตินานาประเทศได้ยิ่งไปกวานั้น การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่เรงขยายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเปนหลักสงผลใหประเทศไทยมีทิศทางการเปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรมเขาสูสังคมอุตสาหกรรมและความเปนเมืองมากขึ้น ซึ่งการพัฒนาเหลานี้จะตองพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศในระดับที่สูงขึ้นและมากยิ่งขึ้น โดยการนำเขาเทคโนโลยีสารสนเทศจากตางประเทศมาใช ทั้งในดานการวิจัยและพัฒนารวมไปถึงการกระจายเทคโนโลยีสารสนเทศจากศูนยกลางไปสูภูมิภาคและชนบท ระบบสารสนเทศเพื่อพัฒนาชุมชนเปนระบบที่อำนวยความสะดวก และใหขอมูลแกประชาชน ในรูปแบบของเว็บไซต แอพพลิเคชั่น และการติดตอสอบถามโดยตรงกับหนวยงานที่เกี่ยวของ ซึ่งแบงประเภทของการบริการใหความรูแกชุมชน 3 ประเภทคือ 1) การบริการแหลงขอมูลสำรองเพื่อการอางอิง สำหรับหนวยงานหรือผูเชี่ยวชาญ เพื่อนำขอมูลไปใชในงานวิจัยและพัฒนาไดแกขอมูลสถิติประชากร ขอมูลเกษตรกร 2) การบริการขอมูลโดยตรง เปนการบริการใหคำแนะนำสำหรับประชาชนโดยตรงกับเจาหนาที่ หรือผานระบบแอพลิเคชั่น เชนการแนะนำการใชแอพพลิเคชั่น Farm Book 3) การบริการดวยตนเอง เปนการศึกษาหาความรูโดยผูคนที่สนใจ เชน แอพพลิเคชั่น Plants For U เปนระบบใหความรูสำหรับเกษตรกรในเรื่องพืชศัตรูพืช และแนวทางวิธีแกไขโรคพืช โดยการใหขอมูล ดังกลาวแกประชาชนในชุมชนไดเขาใจระบบการใชงานจะสงผลดีตอความสะดวกของการพัฒนาชุมชนตอไป ในการพัฒนาหรือการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่นำไปสู่การปฎิบัติ ต้องมีการดำเนินการ 3 แนวทาง ได้แก่ 1) การเพิ่มศักยภาพองค์กรชุมชน ได้แก่ การสนับสนุนแหล่งเงินสำหรับการพัฒนาชุมชน การส่งเสริมความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจขององค์กรชุมชนด้านสังคมและคุณภาพชีวิต พัฒนาการรวมกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจเชื่อมโยงพื้นที่ชนบทและเมือง การส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาครัฐและรัฐวิสาหกิจชุมชน 2) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมโดยการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่นในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมบทบาทของครอบครัวและชุมชนในการัดบริการสังคม การสนับสนุนองค์กรพัฒนาเอกชนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาธุรกิจชุมชนตามความพร้อม ความถนัด และความสมัครใจ การพัฒนากระบวนการชุมชนเข้มแข็งให้เกิดพลังของคนในชุมชน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ ในการพัฒนา แก้ไขปัญหา สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงปรับกลไกการัดการพื้นที่และสร้างเครือข่ายเพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมทำงานกับภาครัฐในลักษณะหุ้นส่วนการพัฒนาได้อย่างเสมอภาค การส่งเสริมการรวมตัวของคนในชุมชนทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของชุมชน กระบวนการพัฒนาชนบทและเมืองให้มีบูรณาการเพื่อสร้างพื้นฐานจากการพัฒนาชุมชนให้เป็นกรอบการวางแผนโครงการอย่างแท้จริง การแก้ไขปัญหาความยากจนในชนบทภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม 3) การจัดการความรู้ และการเรียนรู้ในชุมชน โดยการสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้และขยายเครือข่ายการเรียนรู้ของประชาชนและชุมชนในชนบท และการเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของท้องถิ่นและชุมชนในการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันให้เกิดระบบที่ดี มีความโปร่งใส ไร้ทุจริต และการสนับสนุนการนำภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาใช้ในการสร้างสรรค์คุณค่าของสินค้าและบริการ พัฒนาระบบการบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนสร้างความตระหนักรู้ของชุมชนในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีต่อวิถีชีวิต สนับสนุนกลไกชุมชนและเครือข่ายในการจัดการและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและความรู้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสริมสร้างขีดความสามารถและความรู้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนพร้อมเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โครงการนี้มุ่งเน้นชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คือ โครงการที่เป็นการร่วมมือกันของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และภาคีเครือข่ายที่ประกอบด้วย อำเภอพุทธมณฑล จ.นครปฐม ชุมชนวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองโยง จ.นครปฐม บริษัท พาวเวอร์ทีมเน็ตเวิร์ค จำกัด กทม. และบริษัท เอต้า อินเตอร์ คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด กทม. เพื่อทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางดีขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน โดยนำนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้ในชุมชน ผ่าน 4 มิติ ได้แก่ 1.มีส่วนรวมในการตัดสินใจ 2.สภาพแวดล้อม 3.เศรษฐกิจ 4.สุขภาพ ด้วยการบูรณาการตามหลัก 3P ได้แก่ Profit (ผลกำไร) People (คุณภาพชีวิตของประชาชน) และ Planet (สิ่งแวดล้อม) โดยเน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากผู้อยู่อาศัยเป็นประเด็นหลัก ปจจุบันการเขาถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือระบบสารสนเทศในชุมชนเปนไปดวยความยากลำบากสำหรับพื้นที่ที่ไมมีความพรอมทางดานเทคโนโลยีเนื่องจากระบบสารสนเทศเปนขอมูลขาวสารที่ตอบสนองตอความตองการของประชาชนที่อาศัยอยูในเขตพื้นที่ทางภูมิศาสตรหนึ่งๆ ซึ่งเปนผูที่มีฐานะยากจนทั้งที่อยูในวัยเด็ก วัยรุน วัยแรงงาน และวัยสูงอายุ จึงเปนผูที่มีโอกาสนอยในการรับรูเขาใจ และ เขาถึงขอมูลขาวสารที่มีผลตอการดำเนินชีวิตและการเขาถึงความชวยเหลือตางๆ ตลอดจนขอมูลขาวสารที่เอื้อใหประชาชนไดมีสวนรวมในกระบวนการประชาธิปไตยทั้งในระดับทองถิ่นและระดับประเทศ เพราะเปนขอมูลที่ชวยใหเกิดการใชทรัพยากรชุมชนเพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันและแกปญหาหรือวิกฤตตางๆ ที่เกิดขึ้นไดอยางคุมคาและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเปนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนใหดีขึ้น สำหรับขอมูลขาวสารที่มีความจำเปนตอการดำเนินชีวิตของคนยากจนในชุมชนนั้น มีขอบเขตครอบคลุมในเรื่องตางๆ เชน ครอบครัว เด็ก ผูสูงอายุ ผูพิการ ผูบริโภค การเงิน การแตงงาน การทำงาน สุขภาพ การศึกษา กิจกรรมทางวัฒนธรรม บริการภาครัฐ อาชีพ องคกรทางศาสนา ชมรมและสมาคม ผูนำ ทองถิ่นภาวะฉุกเฉิน โรงพยาบาล สิ่งแวดลอม การจัดที่อยูอาศัยกฎหมาย สุขภาพจิต โภชนาการ นันทนาการ การขนสง และสวัสดิการตางๆ ชุมชนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสร้างระบบ Smart Sensor & Control ด้วยนวัตกรรมด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างมีประสิทธาภาพ โดยดำเนินการสนับสนุนชุมชนด้านเทคโนโลยีศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์และศาสตร์ด้านอื่นๆเข้ามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับชุมชนในสังคมมากที่สุดจนทำให้ชุมชนได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแบบเท่าเทียมและทั่วถึงสามารถใช้งานได้จริง เพื่อเป็นพื้นฐานให้ชุมชนสามารถนำความรู้ไปพัฒนาการถ่ายทอดให้กับชุมชนโดยรอบในพื้นที่ของตนเองในการขยายความรู้ต้นแบบชุมชนในสังคม สู่การขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม เรื่อง “แนวทางการส่งเสริม Smart Sensor & Control เพื่อใช้ในการบริการงานชุมชนท้องถิ่น” เนื่องจากทางชุมชนท้องถิ่นยังขาดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีไปช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการพัฒนาศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีสู่การบริการชุมชนท้องถิ่นให้มีศักยภาพด้านการวิชาการ ทักษะวิชาชีพ ทักษะชีวิตและด้านคุณธรรมและจริยธรรมเป็นไปอย่างต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยหน่วยวิศวกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า กลุ่มสาขาวิชา IT ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล จ.นครปฐม ชุมชนวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองโยง จ.นครปฐม บริษัท พาวเวอร์ทีมเน็ตเวิร์ค จำกัด กทม. และบริษัท เอต้า อินเตอร์ คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด กทม.ดำเนินการสนับสนุนกิจกรรมที่ทางชุมชนยังขาดและมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิต ให้กับชุมชนท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป ดังนี้ 1) ดำเนินการจัดกิจกรรมการพัฒนาชุมชน ด้วยกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ จำนวน 4 กิจกรรม ดังนี้ 1.1 กิจกรรมการพัฒนาและออกแบบนวัตกรรม Smart Sensor & Control 1.2 กิจกรรมการพัฒนากระบวนการใช้งานและการบริการ 1.3 กิจกรรมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 1.4 กิจกรรมถ่ายทอดความรู้และเผยแพร่ผลงาน 1.5 กิจกรรมส่งมอบนวัตกรรม 2) ดำเนินการกิจกรรมการประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม เรื่อง “แนวทางการส่งเสริม Smart Sensor & Control เพื่อใช้ในการบริการงานชุมชนท้องถิ่น” 2.1 กิจกรรมค้นคว้าหาข้อมูล ใครเป็นเป้าหมาย 2.2 กิจกรรมวางแผน เอาข้อมูลมาเตรียมการวางแผน 2.3 กิจกรรมสื่อสารประชาสัมพันธ์ การดำเนินงานตามแผน 2.4 กิจกรรมการประเมินผล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยหน่วยวิศวกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม ให้เกิดความรู้ ทักษะ และการสร้างอาชีพให้กับช่างชุมชน และผู้ที่สนใจทั่วไป อาทิเช่น สถาบันการศึกษา วัด ชุมชน และสังคม โดยให้ความสำคัญในการให้ความรู้ความเข้าใจทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จนสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ต่อยอดไปจนถึงการสร้างนวัตกรรมสำหรับการบริการงานชุมชนท้องถิ่นได้ ในหัวข้อเรื่อง “การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การส่งเสริม Smart Sensor & Control เพื่อใช้ในการบริการงานชุมชนท้องถิ่น” ซึ่งขณะนี้เทคโนโลยีในเรื่องดังกล่าวทางชุมชนยังขาดความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะที่จะนำมาสู่กระบวนการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นกับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอย่างยั่งยืน โดยการนำความรู้จากการฝึกอบรมในครั้งนี้ไปพัฒนาชุมชน และผู้ที่สนใจทั่วไป ให้สามารถเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎีร่วมกับชุมชนในสังคมไทยเป็นระยะเวลาหนึ่งหลักสูตรได้เป็นอย่างดี จากปัญหาดังกล่าวทางหน่วยวิศวกรรมฯจึงเห็นว่าการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าวให้กับชุมชน และผู้ที่สนใจทั่วไป เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับทางชุมชน และสังคม คือ 1) ชุมชนในสังคมได้รับความรู้ และทักษะในด้านการใช้บริการเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) คณะ/มหาวิทยาลัย/บริษัทได้สนับสนุนการสร้างทักษะการใช้เทคโนโลยีของชุมชน และผู้ที่สนใจทั่วไป ทำให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้ที่ทันสมัย เกิดทักษะ เกิดอาชีพ เกิดรายได้ และเพิ่มมาตรฐานการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน 3) คณะ/มหาวิทยาลัย/บริษัทมีแผนการเรียน การสอน การสร้างทักษะสู่สังคมที่มีประสิทธิภาพ 4) ชุมชน และผู้ที่สนใจทั่วไป ได้รับความรู้ ทักษะ และนำไปเป็นช่องทางการพัฒนาการเรียน การสอน การสร้างสื่อการสอนที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ 5) ชุมชนได้รับการยกย่องให้เป็นชุมชนที่มีศักยภาพด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การมีงานทำ ได้อย่างประสิทธิภาพและทันสมัย 6) คณะ/มหาวิทยาลัย/บริษัทได้รับการยกระดับมาตรฐานการศึกษาเชิงทักษะของจังหวัดนครปฐม และ 7) คณะ/มหาวิทยาลัย/บริษัท/ชุมชน มีการสร้างฐานการศึกษา และการมีงานทำที่ดีเพิ่มขึ้น ในการนี้คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยหน่วยวิศวกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม จึงเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าวซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศ จึงได้จัดโครงการขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม ภายใต้โครงการ “การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพในวัดและชุมชนท้องถิ่น” ขึ้น เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม เรื่อง แนวทางการส่งเสริม Smart Sensor & Control เพื่อใช้ในการบริการงานชุมชนท้องถิ่น สำหรับใช้เป็นแนวทางด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสุขภาพสู่นโยบายสาธารณะต่อไป และเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ 3 การบริการวิชาการเพื่อความยั่งยืน และยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดลที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals และยังดำเนินงานโครงการเป็นไปตามแผน PDCA ด้วย

วัตถุประสงค์/Objective *:

1. วิเคราะห์ความรู้และองค์ประกอบชุมชนท้องถิ่น 2. พัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการบริการชุมชนด้วยระบบ “Smart Sensor & Control” 7.2.3 นำเสนอเทคโนยีสมัยใหม่ สำหรับการบริการชุมชนด้วยระบบ “Smart Sensor & Control” 4. เพื่อสร้างผลงานการขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม 5. เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (SDGs1l^7) 6. เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้รู้จักการคืนสิ่งดีๆกลับสังคม

วันที่เริ่มกิจกรรม/โครงการ *:

2025-04-16

สถานที่จัดกิจกรรม/โครงการ:

ไทย

วันสิ้นสุดกิจกรรม/โครงการ *:

2025-09-30

สถานที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Activity / project location):

คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล และวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองโยง จ.นครปฐม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/
ผู้มีส่วนได้เสีย(Related Stakeholders) *:

วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองโยง จ.นครปฐม

หน่วยงานที่รับผิดชอบ(Responsible agency) *:

หน่วยวิศวกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม

ผลกระทบต่อสังคมที่ประเมินได้(social impact) *:

ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ


ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ

รูปแบบการดำเนินกิจกรรม/โครงการ
(Activity / project implementation model) *:

กิจกรรม / การบรรยาย

จำนวน/ผู้ร่วมกิจกรรม(คน)
(Target / Activity country) *:

70 คน

กลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม
(Target / Activity group) *:

1. ได้วิเคราะห์ความรู้และองค์ประกอบชุมชนท้องถิ่นอย่างน้อยร้อยละ 3.51 ผู้เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. ส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการบริการชุมชนด้วยระบบ “Smart Sensor & Control” ไม่น้อยกว่า 1 ระบบ 3. ได้นำเสนอเทคโนยีสมัยใหม่ สำหรับการบริการชุมชนด้วยระบบ “Smart Sensor & Control” ไม่น้อยกว่า 1 เรื่อง 4. ได้นโยบายขับเคลื่อนชี้นำสังคม ไม่น้อยกว่า 1 เรื่อง 5. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (SDGs17) ไม่น้อยกว่า 1 เรื่อง 6. ส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกฝังจิตสำนึกให้รู้จักการคืนสิ่งดีๆกลับสังคมเพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่าระดับ 3.51

วันที่เริ่มนำไปใช้ *:

2025-10-01

ไฟล์เอกสาร

15072026145956_รูปกิจกรรมโครงการ.pdf

เอกสารอ้างอิง(Reference document) (link/url) *:

FB : คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล FB : ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล FB : วิศวะมหิดลเพื่อสังคม https://www.eg.mahidol.ac.th/dept/egee https://www.eg.mahidol.ac.th/egmu/ https://itm.eg.mahidol.ac.th/

SDG goal ที่เกี่ยวข้องอันดับ1 (1 Related SDGs Goal) *:

เป้าหมายที่ 8: ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ มีผลิตภาพ และการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน

SDG goal ที่เกี่ยวข้องอันดับ2 (2 Related SDGs Goal) *:

เป้าหมายที่ 10: ลดความไม่เสมอภาคภายในประเทศและระหว่างประเทศ